
หนึ่งในฝันร้ายที่สุดของผู้ประกอบการและพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่สั่งสินค้าจากจีน คือการที่ "สินค้าถูกกักอยู่ที่ด่านศุลกากร" หรือร้ายแรงกว่านั้นคือการโดนยึดสินค้าและถูกปรับเป็นเงินมหาศาล เพียงเพราะไม่รู้ว่าสินค้าที่สั่งเข้ามานั้นเป็น "สินค้าควบคุม" ที่ต้องมีใบอนุญาตก่อนการนำเข้า เพื่อไม่ให้ธุรกิจของคุณต้องเสียทั้งเงินและเวลา วันนี้เราสรุปรายการสินค้าควบคุมยอดฮิต พร้อมหน่วยงานที่กำกับดูแลมาให้เช็กลิสต์กันก่อนกดสั่งซื้อครับ
1. กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (มอก. & กสทช.)
สินค้ากลุ่มนี้เป็นสินค้าขายดีอันดับต้นๆ แต่ก็เป็นกลุ่มที่มีการตรวจเข้มงวดที่สุดเช่นกัน- ต้องขอ มอก. (สมอ. - สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม):
o เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน เช่น ปลั๊กพัดลม, ไดร์เป่าผม, หม้อทอดไร้น้ำมัน, พาวเวอร์แบงก์ (Power Bank), หลอดไฟ LED - ต้องขออนุญาต กสทช. (สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ):
o สินค้าที่มีระบบ Wi-Fi, Bluetooth หรือสัญญาณวิทยุ เช่น สมาร์ตวอทช์, หูฟังไร้สาย, โดรน, โดรนถ่ายภาพ, กล้อง IP Camera, ลำโพงบลูทูธ
2. กลุ่มอาหาร ยา เครื่องสำอาง และอาหารเสริม (อย.)
สินค้าใดก็ตามที่ใช้ "รับประทาน ทา หรือสัมผัสร่างกาย" โดยตรง จะต้องผ่านการอนุมัติจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ก่อนนำเข้าเสมอ- เครื่องสำอางและสกินแคร์: ครีมบำรุงผิว, ลิปสติก, แผ่นมาร์กหน้า, ยาทาเล็บ (ต้องจดแจ้งขึ้นทะเบียน อย.)
- อาหารและเครื่องดื่ม: ขนมนำเข้า, ชา/กาแฟ, เครื่องปรุงรสจีน (ต้องขอใบอนุญาตนำเข้าอาหารและตรวจวิเคราะห์สารตกค้าง)
- เครื่องมือแพทย์และสุขภาพ: หน้ากากอนามัย, เครื่องวัดไข้, ชุดตรวจ ATK, คอนแทคเลนส์
3. กลุ่มสินค้าแม่และเด็ก และของเล่น (มอก.)
ของเล่นเด็กเป็นสินค้าที่รัฐบาลให้ความสำคัญด้านความปลอดภัยของสารเคมีและชิ้นส่วนเล็กๆ ที่อาจเป็นอันตราย- ของเล่นเด็กทุกชนิด: ตุ๊กตา, บล็อกตัวต่อ, รถบังคับ, สไลเดอร์เด็ก (ต้องได้รับมาตรฐาน มอก. ด้านความปลอดภัยของเล่น)
- ขวดนมและภาชนะสำหรับเด็ก: ต้องทดสอบมาตรฐานความปลอดภัยสาร BPA Free และมาตรฐาน มอก.
4. กลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์และอะไหล่แต่งรถ (มอก. & กรมขนส่ง)
สำหรับผู้ที่นำเข้าอะไหล่หรืออุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์/รถจักรยานยนต์จากจีน- ชิ้นส่วนเกี่ยวกับความปลอดภัย: ยางรถยนต์, หมวกกันน็อก, ฟิล์มกรองแสง, กระจกรถยนต์, หลอดไฟหน้า (ต้องมี มอก.)
- ท่อไอเสีย: ต้องผ่านการทดสอบเรื่องระดับเสียงและมาตรฐานมลพิษ
5. กลุ่มสินค้าอื่นๆ ที่มักถูกมองข้าม
- สิ่งพิมพ์/สื่อมวลชน: หนังสือ, โปสเตอร์ (กรมศิลปากร/กระทรวงวัฒนธรรม)
- พืชและผลิตภัณฑ์จากพืช: ผลไม้สด, เมล็ดพันธุ์พืช (ต้องมีใบรับรองสุขอนามัยพืช หรือ Phytosanitary Certificate จากจีน และผ่าน กรมวิชาการเกษตร)
- ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ประดิษฐ์: เฟอร์นิเจอร์ไม้บางประเภท (ต้องตรวจสอบเรื่องพระราชบัญญัติป่าไม้)
3 ขั้นตอนเตรียมตัวก่อนสั่งสินค้าจีน ไม่ให้ติดด่าน
- 1. เช็กพิกัดศุลกากร (HS Code): ขอ HS Code จากโรงงานจีน เพื่อนำมาเช็กกับศุลกากรไทยว่าสินค้านั้นต้องใช้ใบอนุญาตจากหน่วยงานใดหรือไม่
- 2. ขอใบอนุญาตให้เรียบร้อยก่อนสินค้ามาถึง: ใบอนุญาตบางชนิด เช่น มอก. หรือ อย. อาจใช้เวลาดำเนินการนานถึง 1–3 เดือน ดังนั้นควรรอนุมัติเอกสารให้เรียบร้อยก่อนให้โรงงานจีนจัดส่ง
- 3. ปรึกษาชิปปิ้งมืออาชีพ: หากไม่แน่ใจเรื่องเอกสาร ควรให้ชิปปิ้งที่มีทีมงานเดินศุลกากรช่วยตรวจสอบโครงสร้างเอกสารและการกักตรวจ (Red Line) ตั้งแต่ต้นทาง



